ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับศูนย์ LogHealth มหาวิทยาลัยมหิดล นำเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำไทย ศึกษาดูงาน Smart Hospital ณ ประเทศสิงคโปร์

Published by

on

2026 Study Visit on Smart Hospital Innovations | 4–6 มีนาคม 2569

ศูนย์ LogHealth มหาวิทยาลัยมหิดล นำคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เดินทางศึกษาดูงาน “2026 Study Visit on Smart Hospital Innovations” ระหว่างวันที่ 4–6 มีนาคม 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำแนวทางนวัตกรรมโรงพยาบาลอัจฉริยะมาพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เครือข่ายพันธมิตรร่วมเดินทาง ประกอบด้วยตัวแทนจากสถาบันชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

  • โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา

โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ
  • โรงพยาบาลพระราม 9
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
  • โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล

ภาคเอกชนผู้สนับสนุน Healthcare Solutions

  • บริษัทสถาปนิก A110 และ A49
  • บริษัท เดลต้า ประเทศไทย
  • RFS Ramathibodi

สถานที่ศึกษาดูงาน: สุดยอดโรงพยาบาลอัจฉริยะแห่งสิงคโปร์

🏥 National University Hospital (NUH) / NUHS

  • Holomedicine (Mixed Reality): การใช้แว่น MR แสดงภาพอวัยวะ 3 มิติซ้อนทับผู้ป่วยเพื่อวางแผนก่อนผ่าตัด พร้อมระบบ 5G รองรับสู่ Digital Twin
  • L.E.A.D.S. Framework: กรอบบริหารเตียงแบบกระจายอำนาจให้ฝ่ายคลินิก 90% เป็นเจ้าของเตียงเอง
  • Closed-loop Medication & Smart Inventory: ตู้ยาอัจฉริยะและระบบสต็อก RFID ลดขั้นตอนทำงานซ้ำซ้อน
  • Hospital-at-Home: แนวคิด “เตียงไม่ได้มีแค่ในโรงพยาบาล” รองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรมดูแลที่บ้าน
  • Discharge Before Noon: วางแผนจำหน่ายล่วงหน้า 1 วัน พร้อม Loan Equipment Library

🏥 Singapore General Hospital (SGH) / SingHealth

  • Smart Ward: ห้อง ICU พร้อม Smart Glass ปรับความทึบแสงแทนผ้าม่าน, Circadian Lighting ส่งเสริมการนอนหลับผู้ป่วย, เตียงอัจฉริยะระบบ SafeView แจ้งเตือนการลุกจากเตียง
  • AMR & AGV Robots: หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติขนส่งยาและอุปกรณ์ข้ามอาคาร เชื่อมต่อลิฟต์และประตูอัตโนมัติแบบไร้รอยต่อ
  • ASRS & Smart Logistics: คลังสินค้ากลางอัจฉริยะ 1,800 ตร.ม. ระบบ Pick to Light และ RFID สั่งซื้ออัตโนมัติ
  • AI-Powered Care: Generative AI บันทึกเวชระเบียน (Note Buddy), Microsoft HoloLens 2 ช่วยผ่าตัดและฝึกอบรมแพทย์
  • iPad ประจำเตียง: ผู้ป่วยดูผลการรักษา สั่งอาหาร และขอความช่วยเหลือได้เอง

🏥 Tan Tock Seng Hospital (TTSH)

  • ระบบ C3 Operations Command Centre (Command, Control & Communications) — ศูนย์บัญชาการโรงพยาบาลสไตล์หอควบคุมการบิน ควบคุมทรัพยากรทุกมิติแบบเรียลไทม์ ครอบคลุม 7 สถานการณ์สำคัญตั้งแต่ผู้ป่วยฉุกเฉิน โรคระบาด ไปจนถึงการจัดการอาคาร
  • Technology Stack 4 ระดับ: Monitoring → Decision Support → Flow Optimisation → Autonomy
  • Video Analytics: ใช้กล้องวิเคราะห์ภาพจุดที่ยังไม่มีระบบดิจิทัล เช่น เคาน์เตอร์ลงทะเบียนและจุดนั่งรอ
  • Hub-and-Spoke Model: ศูนย์กลางมองภาพรวม ทีมย่อยตอบสนองในพื้นที่ทันที

💡 Johnson Controls & Delta Singapore — ผู้นำด้าน Smart Hospital Solutions

  • Johnson Controls (OpenBlue Platform): แพลตฟอร์มรวมศูนย์ข้อมูลทุกระบบ AI ตรวจจับความผิดปกติอุปกรณ์เชิงรุก ประหยัดพลังงานห้องผ่าตัดได้ 40% และลดก๊าซธรรมชาติได้ถึง 69%
  • Delta Singapore: ระบบ Building Automation, Next-Generation Sequencing (NGS) สำหรับการแพทย์แม่นยำ พร้อม AI Bioinformatics วิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมเพื่อรักษามะเร็งเฉพาะบุคคล

บทเรียนสำคัญที่ได้รับ

“Smart hospitals are built through sequencing and discipline — not technology alone.”

สิ่งที่คณะดูงานเน้นย้ำเป็นเสียงเดียวกัน คือ “คน กระบวนการ แล้วจึงเทคโนโลยี” — การออกแบบกระบวนการทำงานให้ดีก่อนลงทุนซื้อเทคโนโลยี ความมีวินัยในการนำระบบไปใช้จริง และการมีผู้รับผิดชอบชัดเจนในทุกขั้นตอน คือรากฐานของ Smart Hospital ที่ยั่งยืน

เป้าหมายสู่อนาคต
ศูนย์ LogHealth มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายพันธมิตร มุ่งมั่นนำองค์ความรู้จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ไปพัฒนาเป็น นวัตกรรมที่มีผลกระทบและยั่งยืน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของประเทศไทย และส่งเสริมผลลัพธ์สุขภาพที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทยทุกคน